ผู้เขียน หัวข้อ: กระทู้ไว้สำหรับลงข้อมูลเรื่องทฤษฏีต่างๆ ที่นำมาใช้ในเรื่อง Umineko นะครับ  (อ่าน 5267 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Barrettez

  • ผู้บันทึกเรื่องราว
  • *
  • กระทู้: 388
  • เพศ: ชาย
    • MSN Messenger - sweetrei5@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ผมจะเปิดกระทู้นี้ไว้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับคนที่สงสัยในทฤษฏีต่างๆที่เรื่อง Umineko นำมากล่าวอ้างนะครับ
(เพราะจะใส่เป็น note อธิบายในอนิเมเลยก็คงไม่ได้ ยาวเกิน เลยว่าจะใส่ลิ้งเพื่อให้โยงมายังหน้ากระทู้นี้แทน)

เริ่มจาก
อ้างถึง
1.หลักการคิดแบบพลิกกระดาน
ผู้ใช้ = คิริเอะ, บาโทร่า
ปรากฏครั้งแรกใน Episode 1 : Legend of The Golden Witch
หลักการคิด
หากคุณกำลังเล่นหมากรุกอยู่กับฝ่ายตรงข้าม คุณจะมีวิธีที่จะชนะหมากรุกเกมนั้นได้อย่างไร ?
หากคุณรู้ว่าอีกฝ่ายจะเดินหมากตัวไหนในเทิร์นต่อๆไปจนถึงสัก 3-4 เทิร์นข้างหน้าก็คงจะทำให้คุณมีโอกาสชนะ่ง่ายขึ้น
แล้วคุณจะทำยังไงเพื่อที่จะรู้ตาเดินของฝ่ายตรงข้ามว่าเขาจะเดินหมากตัวไหน ไปทางไหน ในเทิร์นต่อๆไปได้ ?
วิธีที่จะทำให้รู้ได้ก็คือการจำลองเหตุการณ์ว่าหากเราเป็นคู่แข่ง จะต้องเดินแบบไหนถึงจะชนะตัวเองไ้ด้
ยกตัวอย่างเช่น คุณคือ A อีกฝ่ายคือ B
- ในเกมหมากรุกกระดานนั้น A กำลังเสียเปรียบ
- A กำลังหาทางเอาชนะโดยใช้หลักพลิกกระดาน
- ในจินตนาการของ A เขาจำลองเหตุการณ์ว่าตัวเองไปเดินตัวหมากของฝ่าย B แทน
   แล้วคิดว่า จะต้องเดินยังไงถึงได้กินหมากของฝั่งตัวเอง
- เมื่อจำลองเหตุการณ์เสร็จสิ้น A ก็พยายามเดินหมากตัวเองเลี่ยงจากการที่จะถูก B กิน
  ซึ่งนอกจากจะเลี่ยงได้แล้ว ยังหาทางล่อหลอกเพื่อให้ได้กินตัวหมากของฝั่ง B ได้อีกด้วย
  (หาก B เดินแบบเดียวกับที่ A จำลองเอาไว้)
การจำลองเหตุการณ์ในสถานการณ์อื่นๆ
 หาก คุณกำลังเล่นฟุตบอลและกำลังเป็นผู้รักษาประตูที่จะป้องกันลูกจุดโทษที่เตะโดย B
A ต้องการรับลูกจุดโทษที่ B เตะให้ได้ ก่อนอื่นก็ต้องรู้ว่า B จะเตะไปทางไหน
A สมมุติตัวเองว่าหากตนเองได้เป็นคนเตะแทน B จะต้องเตะไปทางขวาแน่ๆ
เมื่อกรรมการเป่านกหวีดให้เตะ A ก็พุ่งตัวไปรับบอลในทิศทางเดียวกับที่ จำลองเหตุการณ์เอาไว้
ผลลัพท์จะมีเพียง 2 อย่างคือ
- หาก B เตะไปทางขวาจริงๆตามที่ได้จำลองเหตุการณ์ไว้ A ก็จะรับลูกบอลอย่างง่ายดาย
- หาก B เตะไปทางซ้าย B ก็จะเป็นฝ่ายชนะ
สรุป
หลักการคิดแบบพลิกกระดานโต้กลับนั้นพูดในภาษาปากของคนทั่วๆไปได้ว่า "คิดแทนคนอื่น" หรือ "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา"
- ข้อดี = หากฝ่าย B ดำเนินเกมตามที่ A จำลองเหตุการณ์เอาไว้ ก็จะสามารถหาทางป้องกัน และพลิกกลับมาชนะอย่างง่ายดาย
- ข้อเสีย = หากไม่เป็นไปตามที่ A จำลองเหตุการณ์เอาไว้ A อาจจะพลาดท่าถูก B เล่นงานได้โดยง่ายดายเช่นกัน
ความเกี่ยวข้องกับเรื่อง Umineko no Naku Koro niความเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ

อันนี้จะเป็นหลักพลิกกระดานตามแบบของท่าน Jinxidol นะครับ
เรื่องพลิกกระดานโต้กลับ ผมก็คิดคล้ายกัน แต่ต่างกันรายละเอียดนิดหน่อย
คือ  มันเป็นการคิดที่จะลดความผิดพลาดมากกว่า ไม่ได้ถึงกับคิดพลาดแล้วสร้างปัญหาให้กับตัวเอง

อันที่จริง ผมเลือกใช้คำว่า "พลิกกระดาน" มากกว่ามี "โต้กลับ" ตามท้าย
เพราะถ้าบอกว่าพลิกกระดาน จะเป็นการคิดหลายๆ อย่างที่คู่แข่งน่าจะคิด อย่างเพื่อหาแนวทางรับมือ ซึ่งสอดคล้องกับที่เห็นในเรื่อง
แต่พอมีคำว่าโต้กลับ มันชวนให้คิดว่าเป็นการตอบโต้วิธีทางของฝ่ายตรงข้ามเสมอ ทำให้มีโอกาสพลาด ซึ่งบางช่วงในเรื่องก็ไม่ได้ใช้หลักการคิดนี้ตอบโต้ใคร

แล้วทำไมพลิกกระดานถึงพลาดได้ ? มันพลาดที่การตัดสินใจของตัวคนนั้นมากกว่า คือ
1. ใช้ "พลิกกระดาน" เพื่อหาความเป็นไปได้ ตามข้อมูลเท่าที่มีอยู่
2. เลือกหนึ่งในความน่าจะเป็นนั้น มาใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม <---- ถ้าจะพลาด ก็มาพลาดขั้นนี้แหละ

แนวคิดนี้ ปรากฏในหลายเรื่องกว่านั้น เป็นหลักการคิดพื้นฐาน ที่ส่วนใหญ่จะมองข้ามกัน นำไปใช้ในชีวิตประจำวันก็ยังได้
เพียงแต่เรื่องนี้หยิบยกมาเป็นหลักการที่เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนตัวก็ชอบอยู่
ที่เห็นภาพชัดสุด ก็หมากรุก ถ้าคุณเล่นตามประสบการณ์หรือตามตำรา ไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร ก็มีแต่แพ้ครับ

ตัวอย่าง : สมมุติเล่นเกมสู้กันอยู่ (ที่จริงถ้าเล่น DotA จะเห็นภาพมากขึ้น)
สมมุติ A กับ B สู้กัน แล้ว A เหลือพลังชีวิตเพียงครึ่งเดียว ถ้า B วิ่งเข้ามาอาจจะยังฆ่า A ไ่ม่ได้......คำถาม B คิดจะทำอะไร ?
ถ้าคิดรอคำตอบจาก B คงจะถูกเก็บเอาง่ายๆ ต้องลองสมมุติด้วย "พลิกกระดาน" ว่าแล้วถ้าเราเป็น B จะจัดการ A ยังไง
คิดแบบซื่อๆ: "ก็เล่นไปตามนั้น บุกมาก็ถอย" หรือ "อ๊ะ พลังลด วิ่งไปเติมพลังก่อนดีกว่า"
คิดแบบพลิกกระดาน : หาหนทางที่ B จะกำจัดตัวเองลงได้ เช่น รอให้ตัวเองบุกเข้าเขต แล้วใช้สกิลหยุดจนหนีไม่ทัน หรือให้เพื่อนไปดักรอตามเส้นทางน่าจะใช้หนี เป็นต้น
ประโยชน์ของการคิดแบบนี้ คือ A จะรู้ความเป็นไปได้ทั้งหมด ที่ B จะเล่นงานตัวเอง และรู้ว่าจะต้องวางตัวอย่างไร
ถึงจะรู้ความเป็นไปได้ โอกาสพลาดก็ยังมี แต่น้อยกว่าไ่ม่ได้คิดอะไรเลย อย่าลืมว่าศัตรูก็คิดแบบเดียวกับเราได้เหมือนกัน



อ้างถึง
2.ทฤษฏีพิสูจน์ปีศาจ
ชื่อสากลอื่นๆ : Probatio Diabolica, Devil's Proof, 悪魔の証明
ผู้ใช้่ : ตระกูลอุชิโรมิยะ
ปรากฏครั้งแรกใน Episode 2 : Turn of The Golden Witch
หลักการคิด
"หากปีศาจมีอยู่จริง แต่กลับไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปีศาจมีอยู่จริง"
ยกตัวอย่างเช่น
สมมุติว่า A ถาม B ว่า "UFO มีจริงหรือเปล่า ?"
B บอกว่า "UFO มาจากไหนใครจะไปรู้ เพราะยังไม่มีหลักฐานหรือช้อมูลอะไรที่บ่งชี้ได้ว่า UFO มาจากไหน แล้วแท้ที่จริงมันคืออะไรกันแน่"
A อยากทดสอบ "แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า UFO มีอยู่จริง ?"
B ตอบกลับว่า " การจะพิสูจน์ว่า UFO มีอยู่จริงนั้นทำได้ทางเดียวคือ A ต้องนำกล้องไปถ่ายเก็บภาพ UFO ตั้งแต่รอบนอก แล้วเข้าไปถ่ายสภาพภายใน รวมไปถึงการถ่ายภาพเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่มากับ UFO ลำนั้นแบบตัวเป็นๆด้วย จากนั้นก็นำภาพที่ได้ไปกระจายตามสื่อต่างๆให้ทุกคนได้เห็นว่า "UFO ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีอยู่จริง"
A ตอบ "แล้วชั้นจะทำอย่างนั้นได้ยังไงเล่า ในเมื่อคนอื่นๆยังไม่เคยมีใครทำได้แบบนั้นเลยนี่หว่า แล้ว UFO จะมาลงจอดเฉยๆให้ชั้นเข้าไปสำรวจถ่ายภาพจากข้างในได้ยังไง ?"
B ตอบกลับว่า "เพราะยังทำแบบนั้นไม่ได้ไงล่ะ เลยยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า UFO มีจริงหรือไม่ ถึงได้เข้าทฤษฏี พิสูจน์ปีศาจ ไงล่ะ แต่ถ้าหากมีคนทำอย่างที่ชั้นพูดไปเมื่อกี๊ได้จริงๆ ก็เท่ากับว่า UFO คือปีศาจที่ถูกพิสูจน์แล้ว ในฐานะ วัตถุลึกลับจากต่างดาว"
สรุป
ทฤษฏีพิสูจน์ปีศาจ คือทฤษฏีที่ว่าด้วยเรื่องราวที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ
หากเรื่องราวนั้นๆสามารถยืนยันได้แล้วว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็จะใช้คำว่า "xxxคือปีศาจที่ถูกพิสูจน์แล้ว ในฐานะxxx"
แต่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเรียกชื่อทฤษฏีชนิดนี้แล้ว

ในปัจจุบัน ทฤษฏีพิสูจน์ปีศาจเป็นทฤษฏีที่ทนายมักนำไปใช้ในชั้นศาลซะเป็นส่วนใหญ่ เพื่อแก้ต่างให้กับจำเลยที่จ้างตน
โดยการบีบให้ฝ่ายโจทย์พิสูจน์ให้ได้ว่า "จำเลยผิดจริง" แล้วจะทำยังไงถึงจะพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง ?
ก็จำเป็นต้องมีพยานและหลักฐานมายืนยัน หากพยานและหลักฐานที่มียืนยันมัดตัวได้แน่นอนแล้วว่าจำเลยผิดจริง
ก็เท่ากับว่า "จำเลยคือปีศาจที่ถูกพิสูจน์แล้ว" ในฐานะของคนร้ายตัวจริง
ข้อดี = เป็นทฤษฏีที่ใช้แก้ต่างได้อย่างดี หากเราถูกใส่ร้ายทั้งๆที่ไม่ผิด เราสามารถยกทฤษฏีพิสูจน์ปีศาจนี้ขึ้นมาโต้แย้งเพื่อที่จะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาได้
          (แต่ต้องระวังเรื่องพยานและหลักฐานปลอมด้วย)
ข้อเสีย = มันคือการแถรูปแบบหนึ่ง ในความคิดของคนอื่น อาจทำให้คนอื่นหมั่นไส้ได้ถ้าหากปีศาจถูกพิสูจน์แล้ว และยังดื้อใช้ต่อไป
ความเกี่ยวข้องกับเรื่อง Umineko no Naku Koro ni
EDIT
เป็นอย่างที่ท่านว่านั่นแหละครับ เป็นหลักที่ใช้พิสูจน์อะไรหลายๆอย่างในโลก
ที่ส่วนใหญ่มักจะเป็น ความเชื่อ ให้รู้แจ้งเห็นจริงโดยทั่วกัน
อย่าง UFO ที่ผมยกตัวอย่างไปแต่แรก นั่นคือการพิสูจน์สิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้
เมื่อไม่สามารถพิสูจน์ได้ ก็ไม่ควรไปเชื่อ แล้วสักพักมันจะกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนเลิกฮือฮาเอง
(สปอยบทที่ 4)

ส่วนเรื่องที่เป็นความจริง และพิสูจน์ได้ ยกตัวอย่างเช่น
ตอนนี้มีใครรู้บ้างว่าผมคือพนักงานไทก้าจริงหรือไม่ ?
ก็ต้องพิสูจน์โดยการสืบประวัติ รวมไปถึงบุกบริษัทไปเลยเพื่อที่จะพิสูจน์
พอเห็นผมนั่งทำงานอยู่ ก็ถ่ายรูปเก็บเป็นหลักฐาน และให้พนักงานคนอื่นๆยืนยัน
เท่านี้ท่านสามารถพิสูจน์ได้ว่า
"Barrettez คือปีศาจที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ในฐานะพนักงานไทก้า"

แต่จุดอ่อนของทฤษฏีนี้ก็มีเหมือนกันครับ
คำเตือนนะครับ ถ้าไม่อยากปวดหัวตายก็ห้ามเปิดสปอยตัวนี้เด็ดขาด..
คำถาม
คำตอบ

อันนี้เป็นทฤษฏีพิสูจน์ปีศาจในแบบของท่าน Jinixidol ครับ
คือ ผมคิดว่า ในเรื่อง Devil's Proof เป็นเพียงหลักการที่บอกว่า
"สิ่งที่เป็นความจริง ต้องมีการพิสูจน์ได้ (ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นเพียงความเชื่อ)"
หรือในทางกลับกัน
"ตราบใดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ไม่สามารถเชื่อได้ว่าปีศาจมีตัวตนจริงหรือไม่ ?"

ที่จริง ไม่ได้ต่างจากที่คุณ Barrettez อธิบายหรอก เพียงแค่กลับหลักการคิดให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
ในเรื่องเหมือนพยายามนำทฤษฏีนี้มาหยุด ไม่ให้คนอื่นหลงเชื่ออะไรกันง่ายๆ มากกว่า

อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่นำทฤษฏีนี้มาใช้ (จำไม่ได้ว่า EP หน้าหรือเปล่า แต่เป็นช่วงต้นเรื่องที่ไม่ต่างจาก EP อื่น)


สรุปแล้ว ทฤษฏีนี้ (ใน Umineko) เหมือนเอามาเตือนสติกันมากกว่า
ถ้าตัดสินทุกอย่างจากที่เห็นและความเป็นไปได้ โดยไม่ไตร่ตรองและพิสูจน์ ก็จะหลงกลศัตรูโดยง่าย



อ้างถึง
3.ปริศนาหมาป่ากับแกะ
ชื่อสากลอื่นๆ : Wolf & Sheep Puzzle Game, 狼と羊のパズル
ผู้ใช้ : อุชิโรมิยะ โรซ่า
ปรากฏครั้งแรกใน Episode 2 : Turn of The Golden Witch
หลักการคิด
"การจำกัดหน้าที่ และ/หรือ ความประพฤติ ของบุคคลที่น่าจะได้รับการพิจารณา ในองค์กร"
หลักการนี้ถูกยกตัวอย่างโดย ผู้บริสุทธิ์คือแกะ และ คนร้ายคือหมาป่า ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนคนเสมอไป ยังรวมไปถึง
กำลัง, ความสามารถ, และปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย ส่วนใหญ่จะนำมาใช้เพื่อการคัดคน เข้า-ออก องค์กรณ์หรือบริษัทต่างๆ
ซึ่งมีการใช้กฏที่ต่างกันออกไป
ยกตัวอย่างเช่น
องค์กรหนึ่งมีพนักงานได้เพียงแค่ 4 คนเท่านั้น (ไม่นับผู้จัดการ)
A เป็นพนักงานเก่าที่มีความสามารถสูง ทำงานล่วงเวลาประจำโดยไม่ขอ OT ได้งานปุ๊ปทำเสร็จปั๊ป และคอยช่วยงานคนอื่นๆอยู่เรื่อย
(เปรียบกับแกะจ่าฝูงที่มีความแข็งแรง สามารถขับไล่หมาป่าธรรมดาๆได้)
B เป็นพนักงานเก่าที่มีความสามารถสูง ไม่ค่อยขยันมากนัก แต่ผลงานก็เสร็จตามเวลากำหนดทุกครั้ง และออกมามีคุณภาพ
(เปรียบกับแกะธรรมดาทั่วๆไป)
C เป็นพนักงานเก่าที่มีความสามารถต่ำ ถึงจะตั้งใจแต่อุปนิสัยไม่เหมาะต่อการทำงานในองค์กรนี้ ผลงานออกมาไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจนัก
(เปรียบได้กับหมาป่าทั่วไป
D เป็นพนักงานเก่าที่มีความสามารถสูง แต่เป็นคนขี้เกียจ ทำงานเสร็จไม่ตรงตามเวลา แอบเล่นเกมตอนเจ้านายเผลออยู่เรื่อย แถมบางครั้งยังแอบยักยอกเงินอีกด้วย
(เปรียบได้กับหมาป่าที่มีกำลังสูง สามารถล่าแกะได้ทีละหลายๆตัวในครั้งเดียว)
E เป็นคนที่มายื่นใบสมัครเข้าทำงาน จากการพิจารณาของผู้จัดการแล้ว เขาเป็นคนที่มีความสามารถสูงอีกคนหนึ่ง ตั้งใจ และมีความรับผิดชอบ
(เปรียบเสมือนแกะที่อยู่อีกฝั่ง รอเรือมารับ)
ในที่นี่ D จะโดนหมายหัวว่าเป็น หมาป่าที่ควรส่งข้ามฝั่งไปทันที ที่ E ยื่นใบสมัคร
1                              2
A
B    ~~~~~~~    E
C    ~~~~~~~
D
หากกฏของปริศนานี้คือ "ฝั่งหมายเลข 1 ไม่ึควรมี หมาป่าหรือแกะ เกิน 4 ตัว"
ผู้จัดการ ที่มีสิทธิ์จะรับหรือไล่พนักงานออก เปรียบเสมือนเรือ
ฝั่งหมายเลข 1 คือ ภายในองค์กร
ฝั่งหมายเลข 2 คือ ภายนอกองค์กร
วิธีแก้ปริศนานี้ก็ง่ายๆ เพียงแค่ นำ D ขึ้นเรือ จากฝั่ง 1 ข้ามไปยังฝั่ง 2 และรับ E จากฝั่ง 2 เข้ามายังฝั่ง 1

จะเห็นได้ว่า "หมาป่า" ในหลักการคิดนี้ไม่เหมือนกับ Umineko ซะทีเดียว แต่หมาป่าหมายถึง
บุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ใดๆก็ตาม ที่ทำให้องค์กรไม่มั่นคง นำไปสู่ความสูญเสียได้
เปรียบเสมือนหมาป่า ที่คอยตอดฝูงแกะไปทีละน้อยๆ
หากมีหมาป่า (คนไร้ความสามารถ) มากกว่าแกะ (คนที่มีความสามารถ) ก็จะทำให้องค์กรนั้นล้มละลายไม่เป็นท่าได้
(เหมือนกับหมาป่ารุมกินแกะจนหมดสิ้น)
ไม่จำเป็นต้องวัดกันที่จำนวนเสมอไป มันเป็นเพียงการคิดอย่างง่ายๆเท่านั้นว่าหากจำนวนหมาป่าไม่มากกว่า หมาป่าก็จะไม่กล้ากินแกะ
ยกตัวอย่างเช่น หากมีแกะอย่าง B สัก 3 คน และมีหมาป่าอย่าง D สัก 2 คน
หมาป่าที่แข็งแรงก็อาจจะล่าแกะได้ โดยไม่ห่วงเรื่องจำนวน
ซึ่งในส่วนนี้ ต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เลือกแกะข้ามฝั่งไปแทนหมาป่า
จึงมีการสร้างเกมฝึกสมองขึ้นมา ชื่อว่า "ปริศนาหมาป่าและแกะ" ตามในท้องเรื่อง Umineko ที่โรซ่านำมาใช้
(ในที่นี้ โรซ่า ที่มีอาวุธปืนอยู่ จึงเหมือนกับแกะจ่าฝูงที่มีร่างกายแข็งแรง)

เกมฝึกสมองอย่างง่ายๆ "ปริศนาหมาป่าและแกะ" ที่นำมาอ้างถึงในเรื่อง Umineko นั้น
เป็นเกมที่มีหมาป่า และแกะในจำนวนเท่าๆกัน ที่ต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำไปทีละ 2 ตัว
โดยห้ามให้หมาป่ามีจำนวนมากกว่าแกะโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น
ถ้าข้ามฝั่งไปได้ทั้งหมด ก็จะชนะเกมนี้ได้

ข้อดี เป็นหลักการคิดที่ใช้รักษาความมั่นคงขององค์กรให้ยังคงอยู่ต่อไป หากมีการตรวจพบหมาป่าในองค์กร
ข้อเสีย การตัดสินใจว่าใครสักคนเป็นหมาป่า อาจจะเกิดการเข้าใจผิดได้ อย่างเช่นว่า
                      หมาป่าตัวจริงที่ปลอมเป็นแกะ อาจจะเป่าหูคุณว่าแกะที่แข็งแรงคือหมาป่าปลอมตัวมา แล้วเกิดการไล่ผิดคน
                      ทำให้หมาป่ากินแกะธรรมดาๆที่เหลือได้โดยง่าย
คำถามประจำปริศนานี้
คำเตือน ใครไม่อยากปวดหัวตาย ห้ามเปิดสปอยตัวนี้เด็ดขาด !!

อ้างถึง
4.ทฤษฏีอีกา พาราด๊อกซ์
ชื่อสากลอื่นๆ : Raven Paradox, Hempel's Raven, Hempel's Paradox
ผู้ใช้ : เบียทริเซ่, โรโนเว
ปรากฏครั้งแรกใน Episode 3 : Banquet of the Golden Witch
หลักการคิด
ทำยังไง ถึงจะยืนยันคำพูดที่ว่า "อีกามีสีดำ" ให้ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
ก่อนอื่นให้ตัดความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฏีนี้ จากเรื่อง umineko ทิ้งไปให้หมดก่อน เพราะนั่นไม่ใช่ทฤษฏ๊ Raven Paradox อย่างแท้จริง

ทฤษฏ๊ Raven Paradox ที่ท้จริงนั้น คือการตั้งข้อสมมุติฐานขึ้นมา 1 อย่าง
แล้วหาข้อเท็จจริงต่างๆ มาสนับสนุนข้อสมมุติฐานนั้น
ซึ่งมีขั้นตอนตามหลักสากลดังนี้
    1.อีกาทุกตัวมีสีดำ
  ตั้งข้อสมมุติฐานขึ้นมา 1 อย่าง ว่า "อีกาทุกตัวมีสีดำ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้ว่ามันเป็นแบบนั้น ไม่จำเป็นต้องดูที่สีอย่างเดียวก็ได้ ปัจจัยอื่นๆ เช่นรูปร่าง ฯลฯ ก็ยกมาเป็นข้อสมมุติฐานได้ด้วยเช่นกัน ทฤษฏีอีกานี้จะไม่เกิด ถ้าไม่มีใครสักคนออกมาพูดว่า "จริงหรือเปล่า ?" แล้วต้องการพิสูจน์ แต่คงไม่มีใครบ้าไปจับอีกาทุกตัวบนโลกเพื่อมาดูสีหรอก จึงเกิดข้อสมมุติฐานนี้ขึ้น แล้วหาอะไรก็ได้ มาช่วยรับรองข้อสมมุติฐานนี้
    2.สรรพสิ่งที่ไม่ใช่สีดำ ไม่ใช่อีกา
  ขั้นตอนนี้ อันนี้ให้โฟกัสไปที่ นิยามของ "อีกา" ซึ่งก็คือ "เป็นนก, ตัวใหญ่, บินได้, ร้องกา กา" แล้วพิจารณาจากสิ่งรอบตัวว่า มีอะไรบ้าง ที่ไม่ใช่สีดำ และมีคุณสมบัติเดียวกับนิยามของ "อีกา" ซึ่งไม่มีหรอก ไอ้ของแบบนั้น สมมุติฐานที่บอกว่า "อีกาทุกตัวมีสีดำ" ก็จะดูน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยสวนใหญ่แล้ว ถ้าข้อ 1 เป็นจริง ข้อ 2 ก็จะเป็นจริงตามไปด้วย
  วิธีทำลายข้อสมมุติฐานนี้ : หากบนโลกนี้มีนกชนิดนึง, ตัวใหญ่, บินได้, ร้องกา กา แต่ไม่ใช่สีดำ ข้อสมมุติฐานนี้จะถูกทำลายทันที
    3."นี่ไง ผมก็เลี้ยงอีกา เห็นมะ มันมีสีดำ"
  ผมนำนกสีดำที่ผมเลี้ยงมาตัวนึง มีคุณสมบัติตามคำนิยามของ "อีกา" ทุกประการ แล้วบอกว่า "เนี่ย เรียกว่าอีกา เห็นมะ มันมีสีดำ" เป็นหลักฐานยืนยันข้อสมมุติฐานที่บอกว่า "อีกาทุกตัวมีสีดำ" ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเชื่อถือข้อสมมุติฐานนี้มากขึ้น
  วิธีทำลายข้อสมมุติฐานนี้ : หากบนโลกนี้มีนกชนิดนึง, ตัวใหญ่, บินได้, ร้องกา กา แต่ไม่ใช่สีดำ ข้อสมมุติฐานนี้จะถูกทำลายทันที (เช่นเดียวกับข้อ 2)
    4."ส่วนนี่ ก็คือแอปเปิลสีเขียว"
  บางคนอาจจะบอกว่า "เออแฮะ แอปเปิลสีเขียวมันไม่มีคุณสมบัติตามคำนิยามของอีกา" ส่วนอีกคนอาจบอกว่า "เอาแอปเปิลเขียวมายืนยันว่าอีกามีสีดำเนี่ยนะ บ้าไปหรือเปล่า ?" ตามสามัญสำนึกของมนุษย์ อีกาคือนกชนิดหนึ่ง การเอาแอปเปิลเขียว มาช่วยยืนยันว่าอีกาสีดำ มันจึงขัดกัน และเกิดเป้น Paradox ขึ้น
  การใช้เหตุผลข้อ 4 ควรจะนำมาใช้อ้างกับข้อ 2 โดยบอกว่า "เห็นแอปเปิลสีเขียวลูกนี้มะ ? มันไม่ได้มีสีดำ" เป็นหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนข้อที่ 2 ได้เป็นอย่างดี ว่าสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่สีดำ ไม่ใช่อีกา
  แต่การใช้เหตุผลข้อที่ 4 มาอ้างอิงกับข้อที่ 1 โดยบอกว่า "เห็นแอปเปิลสีเขียวลูกนี้มะ ? มันไม่ใช่อีกา เป็นหลักฐานที่ช่วยบอกว่าอีกาทุกตัวมีสีดำ" แอปเปิลเขียวไม่มีนิยามของ "อีกา" อยู่เลย จึงเกิดข้อถกเถียงว่า "นำมาใช้ไม่ได้" ซึ่งนั่นคือ Paradox

คำถาม
ถ้าไม่อยากปวดหัวตาย อย่าเปิด Spoil ตัวนี้เด็ดขาด !!
คำตอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 11, 2009, 12:16:26 AM โดย Barrettez »
หากคุณกำลังมองหาแฟนซับฮิกุุระดับคุณภาพ..
เราขอแนะนำ.. "ฮิกุอิเยี้ยง"

ออฟไลน์ Penguinhero

  • ต้องขยันแล้วสิ
  • ทูตของโอยาชิโร่
  • *
  • กระทู้: 952
  • -- Checkmate!!--
    • MSN Messenger - darkmagic_k@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ดีนะครับ ผมก็รู้สึกว่ายังไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ (ไม่รวมการแก้ไขปริศนานะครับ)
แล้วพอพวกคนรู้จักที่ผมแนะให้ดูมันมาถาม ผมก็อธิบายมันไม่ได้ 55 = =;;
 ใจจริงรู้สึกว่าอยากให้กระทู้นี้ปักหมุดไปเลยครับผม

ออฟไลน์ Kuroi Mato

  • มันมากเท่าไรแล้วนะที่ฉันต้องตะโกน?
  • หัวหน้าหมู่บ้าน
  • *
  • กระทู้: 577
  • เพศ: ชาย
  • Black rock shooter...where did you go?
    • MSN Messenger - cosmo-witch@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ผมก็เห็นด้วยนะ
แต่ว่า ทฤษฏี XYZ ของเบิร์นในฮิกุราชิจะใช้กับอุมิได้บ้างไหมนะ?
ต้องติดตามต่อไป...

ออฟไลน์ HeDkUnGเห็ดคุง^^

  • หนูเบิร์นแฟนคลับ♥!
  • ผู้แจกจ่ายข้อมูล
  • *
  • กระทู้: 420
  • เพศ: หญิง
  • จะเอาหนูริกะกลับบ้าน>O<♥~~(เย้เข้าบอร์ดได้แล้วT^T)
    • Exteen - kwan-kid1412.exteen.com
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุนมากกค่ะ เรื่องนี้แบบ แฟนตาซีมากกก

งงสุดๆ

ว่าจะเป็นเพราะแม่มดจริงรึไม่


HeDkUnG <3 Frederica Furudo and Furude Fanclub

ออฟไลน์ flukehcan

  • ชาวบ้านธรรมดา
  • *
  • กระทู้: 16
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ยังงงๆกับ นิยามมนุษย์ในเรื่องนี้ ว่าคืออะไรเช่นกัน สิ่งมีชิวิตที่เดิน 2 ขาหรือครับ เพราะเห็นบทที่ 3 มันเน้นว่าเดิน 2 ขา แทนที่จะบอกเป็นไฟล้มแทน

ออฟไลน์ natt2222

  • ฮินามิซาว่า ระดับ L2
  • *
  • กระทู้: 140
  • เพศ: ชาย
  • DJMax กดเป็นแล้วมันส์มาก !!
    • Exteen - natt2222.exteen.com
    • MSN Messenger - natthapolh@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ในซับไทยที่ผมโหลดมา รู้สึกจะแปลว่าเป็นสำนวนที่ประมาณว่าเจอเรื่องที่ไม่น่าเชื่อตรงหน้าก็เลยต้องเชื่อ อะไรประมาณนี้สินะครับ?

(ว่าแต่ การหมุนเวียนซ้ำของเรื่องนี้จะต่างกับฮิกุราชิยังไงเหรอครับ? อย่างในขณะที่ฮิกุราชิสามารถมีโอกาศนึกเรื่องบทก่อนได้
อุมิเนโกะที่เกิดการหมุนเวียนซ้ำจะเป็นแบบเดียวกันคือย้อนเวลากลับไปหรือเป็นแค่การจัดฉากขึ้นใหม่ของเบียทริกซ์เหรอครับ?)

ออฟไลน์ Penguinhero

  • ต้องขยันแล้วสิ
  • ทูตของโอยาชิโร่
  • *
  • กระทู้: 952
  • -- Checkmate!!--
    • MSN Messenger - darkmagic_k@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด

^
^
(กระทู้นี่spoilได้ใช่มั้ยครับ..)
ตรงนี้ผมก็งงๆ ไม่แน่ใจว่าการวนฉากใหม่นี่ไม่น่าใช่ฝีมือเบียทริซ เป็นเพราะแม่มดโลลิสองตนนั้นมากกว่ารึเปล่า
แล้วเบียทริซกับแบทเลอร์เป็นตัวหมากที่ต้องห้ำหั่นกัน หรือเปล่า รอผู้รู้แจ้งมาตอบ  :)

ออฟไลน์ Barrettez

  • ผู้บันทึกเรื่องราว
  • *
  • กระทู้: 388
  • เพศ: ชาย
    • MSN Messenger - sweetrei5@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ตามที่ผมเข้าใจนะครับ

ส่วนรายละเอียดของทฤษฏี Probatio Diabolica ผมพอเข้าใจบ้างละ ไว้แปลตอน 7 เสร็จเมื่อไรจะมาลงรายละเอียด (ตามความเข้าใจ) ให้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2009, 12:39:47 AM โดย Barrettez »
หากคุณกำลังมองหาแฟนซับฮิกุุระดับคุณภาพ..
เราขอแนะนำ.. "ฮิกุอิเยี้ยง"

ออฟไลน์ Penguinhero

  • ต้องขยันแล้วสิ
  • ทูตของโอยาชิโร่
  • *
  • กระทู้: 952
  • -- Checkmate!!--
    • MSN Messenger - darkmagic_k@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ข้อสันนิษฐานมีเหตุผลรองรับไหวอยู่ครับ นั่นน่ะสินะ
ส่วนตัวแล้วยังมีงงๆกับทฤษฏีพลิกกระดานโต้คลื่น เอ๊ย/ โต้กลับที่เจ้าแบทมันชอบพูดบ่อยๆอยู่เลยครับ = =''



ออฟไลน์ zielfiend

  • เพิ่งย้ายเข้า
  • *
  • กระทู้: 14
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
แบบเดียวกะ get backer รึเปล่า ถ้าหากไม่เชื่อเพียง 1% ก็ไม่สามารถใช่เวทมนต์ได้ แต่หากเชื่อเพียง 1% ก็ไม่สามารถหนีพ้นได้

ป.ล คิดเล่นๆถ้า โทมะ โช จาก Q.E.D. มาที่เกาะด้วยคงจบตั้งแต่ EP1 ละมั้ง

ออฟไลน์ shawty

  • ชาวบ้านธรรมดา
  • *
  • กระทู้: 18
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ตามที่ผมเข้าใจนะครับ

ส่วนรายละเอียดของทฤษฏี Probatio Diabolica ผมพอเข้าใจบ้างละ ไว้แปลตอน 7 เสร็จเมื่อไรจะมาลงรายละเอียด (ตามความเข้าใจ) ให้ครับ

ขอร่วมด้วยนิดนึงนะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2009, 05:45:49 PM โดย shawty »

ออฟไลน์ zielfiend

  • เพิ่งย้ายเข้า
  • *
  • กระทู้: 14
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ตามที่ผมเข้าใจนะครับ

ส่วนรายละเอียดของทฤษฏี Probatio Diabolica ผมพอเข้าใจบ้างละ ไว้แปลตอน 7 เสร็จเมื่อไรจะมาลงรายละเอียด (ตามความเข้าใจ) ให้ครับ

ขอร่วมด้วยนิดนึงนะครับ


แย้งเล่นๆ



ออฟไลน์ PaLum

  • ผู้สรรสร้างสีสัน
  • *
  • กระทู้: 198
  • เพศ: หญิง
    • Exteen - palm-palum.exteen.com
    • ดูรายละเอียด
    • Fiction Yaoi LSK :Nefel X Kreeus:
งงเต้ก ทฤษฏีมีมากมายจริงๆ เรื่องนี้ เราว่ามันอินฟินิตี้อ่ะค่ะ แบบว่า มันไม่มีที่สิ้นสุดนะ...

ออฟไลน์ flukehcan

  • ชาวบ้านธรรมดา
  • *
  • กระทู้: 16
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ในความคิดผมน่าจะเป็นอย่างนี้นะ

ออฟไลน์ Barrettez

  • ผู้บันทึกเรื่องราว
  • *
  • กระทู้: 388
  • เพศ: ชาย
    • MSN Messenger - sweetrei5@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ขออนุญาตเข็นๆกระทู้นี้ขึ้นมาหน่อยละกันนะครับ
กลัวหลุดไปหน้าหลังๆแล้วจะหาไม่เจอกัน
หากคุณกำลังมองหาแฟนซับฮิกุุระดับคุณภาพ..
เราขอแนะนำ.. "ฮิกุอิเยี้ยง"